วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานบูรณาการ เมี่ยงคำเมืองตาก


บทที่ 1
บทนำ
1.1ความเป็นมาและความสำคัญของเมี่ยง
            เนื่องจากเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวจังหวัดตาก ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยใบชะพลูนั้นก็ถือเป็นพืชที่ให้มีกากใยสูง มะนาวให้วิตามินซีสูง ถั่วลิสงคั่วให้โปรตีน กุ้งแห้งให้โปรตีนและแคลเซียม มะพร้าวคั่วมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้พลังงาน หอมแดง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พริกขี้หนูก็มีวิตามินต่างๆ ส่วนขิงก็มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยในไหลเวียนของโลหิต ส่วนน้ำเมี่ยงคำที่มีส่วนผสมหลักคือน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา กะปิ ขิง ข่า ก็เป็นส่วนประกอบที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายด้วยเช่นกันโดยทั้งหมดนี้ก็มาจากสมุนไพรใกล้บ้านและอาหารพื้นเมืองเช่น ข้าวแคบ แต่ปัจจุบันเมี่ยงคำเมืองตากถูกลืมไปทางผู้จัดทำจึงคิดที่จะทำโรงงานเรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเอาไว้และเราได้ทำให้เชื่อมโยงกับวิชาวิทยาศาสตร์โดยการทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวนอกจากจะได้ความรู้เรื่องกรด-เบสแล้วยังได้รู้ถึงวิธีการทำเต้าเจี้ยวและสูตรเมี่ยงคำเมืองตากอีกด้วยทางผู้จัดทำจึงได้คิดโครงงานนี้ขึ้นมา
1.2วัตถุประสงค์
        1.เพื่อศึกษาเรื่องการทำเต้าเจี้ยว

        2.เพื่อทดสอบความเป็นกรด-เบส
        3.เพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นเมืองของจังหวัดตา
 1.3 ขอบเขต
                การศึกษาเรียนรู้ครั้งนี้ทำให้ได้ช่วยอนุรักอาหารการกินของคนสมัยโบราณที่ได้มีการสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นเป็นเวลานาน เมี่ยงมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงเต้าเจี้ยว เมี่ยงมะพร้าว เมี่ยงแคบหมู เป็นต้นซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านทั้งสิ้น และยังช่วยเป็นศูนย์กลางการให้ความรู้อย่างแพร่หลายโดยช่องทางอินเทอร์เน็ต
รูปเล่มโครงงานหรือ การนำเสนองานโดยตรง
1.4 สถานที่ดำเนินการ
                โรงเรียน, บ้าน, ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
1.5 ระยะเวลาดำเนินการ
                2 เดือน
1.6ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ได้ความรู้เกี่ยวกับเมี่ยงเต้าเจี้ยวอย่างลึกซึ้ง
2.ได้รู้กรด-เบส ที่อยู่ในเมี่ยงเต้าเจี้ยว
3.ได้ร่วมอนุรักษ์อาหารไทย ให้คงอยู่ตลอดไป


บทที่3
วิธีการดำเนินศึกษาค้นคว้า

3.1วัสดุ อุปกรณ์
วัสดุ
1.กระดาษ                             2.หมึก                                   3.กระดาษลิตมัส                 4.ดินสอ
5.ยางลบ
                              6.ข้าวเกรียบงาดำ 7.ใบชะพลู                           8.มะพร้าวขูด
9.เต้าเจี้ยว                              10.พริก                                  11.เปลือกมะนาว                12.ขิง
13.หอมแดง                         14.กระดาษ ph

อุปกรณ์
1.คอมพิวเตอร์                     2.ปริ้นเตอร์                           3.บิ๊กเกอร์                             4.ถุงพลาสติก 
5.คัตเตอร์                              6.ถ้วย                                     7.จาน                                    8.กล้องถ่ายรูป
9.ช้อนโต๊ะ                           10ซ้อม                                   11.ไฟฟ้า

3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ลำดับที่
รายการ
วัน/เดือน/ปี
1
ศึกษารูปแบบโครงงาน
13 / พฤศจิกายน / 2555
2
ทำโครงร่างโครงงานเมี่ยงมะพร้าว
20 / พฤศจิกายน / 2555
3
ศึกษาหาข้อมูล
27 / พฤศจิกายน / 2555
4
ตรวจสอบ
11 / ธันวาคม / 2555
5
ส่งคุณครู
18 / ธันวาคม / 2555

3.3แหล่งเรียนรู้
1.แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน
-ห้องสมุดโรงเรีย
-ห้องคอมโรงเรียน
2.แหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียน
-นางสอาด น้อยเรือน
-นางดอกรัก บัวประไพพงศ์
บทที่ 5
การสรุปผลการจัดสร้างโครงงานปัญหาและข้อเสนอแนะ
5.1 การสรุปผลการจัดสร้างโครงงาน
                จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงคำเมืองตากสรุปได้ว่าเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดตากที่มีการคิดค้นมาจากการพบวัตถุดิบของพื้นเมืองแล้วนำไปดัดแปลงเป็นอาหารที่ผสมกันได้อย่างลงตัว ดังนั้นชาวจังหวัดตากและคนไทยทุกคนควรที่จะอนุรักษ์เมี่ยงคำไว้เพื่อจะได้เป็นอาหารของพื้นเมืองคงไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้รู้จักและได้ลองชิมอาหารที่อร่อยอย่างเมี่ยงคำอีกด้วยนอกจากนี้ทางผู้จัดได้หาสูตรการทำเต้าเจี้ยวและสูตรการกินเมี่ยงคำเมืองตากนอกจากนี้ทางผู้จัดทำได้ทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด
5.2 ปัญหาการจัดสร้างโครงงาน
                จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงคำเมืองตากสรุปได้ว่าเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดตากที่มีการคิดค้นมาจากการพบวัตถุดิบของพื้นเมืองแล้วนำไปดัดแปลงเป็นอาหารที่ผสมกันได้อย่างลงตัว ดังนั้นชาวจังหวัดตากและคนไทยทุกคนควรที่จะอนุรักษ์เมี่ยงคำไว้เพื่อจะได้เป็นอาหารของพื้นเมืองคงไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้รู้จักและได้ลองชิมอาหารที่อร่อยอย่างเมี่ยงคำอีกด้วยนอกจากนี้ทางผู้จัดได้หาสูตรการทำเต้าเจี้ยวและสูตรการกินเมี่ยงคำเมืองตากนอกจากนี้ทางผู้จัดทำได้ทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราใช้กระดาษลิมัสในการพิสูจน์โดยผลปรากฏว่ากระดาษลิตมัสเปลี่นสีจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง และกระดาษลิตมัสสีแดงไม่เปลี่ยนสีส่วนกระดาษวัดค่า ph ได้ค่า ph เท่ากับ 5 สรุปได้ว่าเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด
5.3ข้อเสนอแนะในการทำโครงงาน
1.ควรจะทำโครงงานที่มีเนื้อหามากกว่านี้
2.ควรที่จะช่วยกันทำโครงงานให้มากกว่านี้

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต On December 23, 2011, in บทเรียน, เทคโนโลยีสารสนเทศ, by ครูณัฐพล จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้ - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น 2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ 3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด 4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ 1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น 2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้ 3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น 4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ บัญญัติ 10 ประการ 1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น 2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น 3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น 4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร 5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ 6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ 7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น 8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้ 9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น 10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่ครับ ใบความรู้ที่ 4 จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต แหล่งที่มา 

ไม้3อย่างประโยชน์4อย่าง

การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้
“การ ปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้
ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว
ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”
แปลความสรุปอย่างเข้าใจง่าย ปลูกไม้ให้พออยู่ พอกิน พอใช้ และระบบนิเวศน์
พออยู่ หมายถึง ไม้เศรษฐกิจปลูกไว้ทำที่อยู่อาศัย และจำหน่าย
พอกิน หมายถึง ปลูกพืชเกษตรเพื่อการกินและสมุนไพร
พอใช้ หมายถึง ปลูกไม้ไว้ใช้สอยโดยตรงและพลังงาน เช่น ไม้ฟืน, และไม้ไผ่ เป็นต้น
ประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ สร้างความสมบูรณ์และก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า
โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
1. ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวคิด ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. จัดรูปแบบการปลูกให้เกิดคุณค่าและบูรณาการในพื้นที่ทำกินเดิมให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า
3. สร้างมูลค่าต้นไม้ที่ปลูกทำให้เป็นทรัพย์ เพื่อออมทรัพย์และใช้แก้ปัญหาความยากจน
วิธีการดำเนินการ
1. การจัดแบ่งที่ดินทำกินเพื่อใช้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จากพื้นที่ทำกินอยู่เดิม ที่เป็นพื้นที่สวน ไร่หรือนา     แบ่งพื้นที่ออกมา ร้อยละ 30-50 โดยมีรูปแบบการจัดแบ่ง 3 รูปแบบ ดังนี้
      1. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.1 จัดแบ่งโดยใช้พื้นที่รอบแนวเขตพื้นที่ทำกิน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 ตามแนวเขตแดนพื้นที่ ทำกิน
      2. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.2 จัดแบ่งออกมาชัดเจนเป็นส่วน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 โดยจัดส่วนอยู่ด้านหนึ่งของพื้นที่
1.3 จัดแบ่งเป็นริ้วหรือแถบตามความเหมาะสม
      3. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. การจัดองค์ประกอบ พันธุ์ไม้ตามวัตถุประสงค์ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ในพื้นที่ตามความเหมาะสม แต่ให้ได้องค์ประกอบซึ่งให้เกิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ ดังนี้
2.1 ปลูก เพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านพออยู่ เช่น การปลูกต้นไม้สำหรับใช้เนื้อไม้มาปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เช่น ไม้ตะเคียนทอง, สัก, ยางนา, มะฮอกกานี, กระทินเทพา, จำปาทอง ฯลฯ
2.2 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอกิน เช่นการปลูกต้นไม้สำหรับใช้กิน เป็นอาหาร เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่ม ตลอดจนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าขายผลผลิตเพื่อดำรงชีพ เช่น ไม้ผลต่าง ๆ ได้แก่ เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลองกอง, มะม่วง ฯลฯ ไม้ที่ให้ผลผลิตเพื่อขาย เช่น ปาล์ม, มะพร้าว, ยางพารา ฯลฯ
2.3 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอใช้ เช่น ปลูกต้นไม้สำหรับใช้สอย ในครัวเรือน ใช้พลังงาน ใช้เป็นเครื่องมือต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ไม้ไผ่,หวาย สำหรับจักสานเป็นเครื่องเรือน ของใช้ ฯลฯ ไม้โตเร็วบางชนิดที่ใช้เป็นไม้ฟืน,ถ่าน ไม้พลังงาน เช่น สบู่ดำ, ปาล์ม ฯลฯ ไม้ทำเครื่องมือการเกษตร ได้แก่ การทำด้ามจอบ, มีด, ขวาน, ทำรถเข็น, โต๊ะ, เก้าอี้, ตู้ ฯลฯ
องค์ประกอบตามวัตถุประสงค์ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
จัดโครงสร้างและลำดับชั้นต้นไม้ในป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการจัดโครงสร้าง พันธุ์ไม้ให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีชั้นเรือนยอด 3 ชั้น ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน เรือนยอดชั้นกลาง เรือนยอดชั้นล่าง และหากจัดโครงสร้างด้านการใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับ คือ ชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่างและชั้นใต้ดิน ตามรูปแบบเกษตร 4 ชั้น, สวนโบราณ, สวนสมรม
3.1 ไม้เรือนยอดชั้นบนได้แก่ ไม้ที่ปลูกใช้เนื้อไม้ทำที่อยู่อาศัย เช่น ตะเคียนทอง, สัก ยางนา, สะเดา, จำปาทอง ฯลฯ และไม้ที่ลำต้นสูงและที่ลูกเป็นอาหารได้ เช่น สะตอ, เหรียง, กระท้อน, มะพร้าว หมาก ฯลฯ
3.2 ไม้ เรือนยอดชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นไม้เพื่อการกิน, การขาย, การใช้เป็นอาหารและสมุนไพร เช่น มะม่วง, ขนุน, ชมพู่, มังคุด, ไผ่, ทุเรียน, ลองกอง, ปาล์ม ฯลฯ
3.3 ไม้ที่ปกคลุมผิวดิน ทั้งที่เป็นอาหาร, สมุนไพรและของใช้ เช่น กาแฟ ผักป่าชนิดต่าง ๆ ชะพูล, มะนาว, หวาย, สบู่ดำ ฯลฯ
3.4 พันธุ์พืชที่ใช้ประโยชน์จากส่วนที่อยู่ใต้ดิน (พืชหัว)เป็นพืชที่ปลูกเพื่อความพอเพียงในด้านการกิน ได้แก่ กลอย, ขิง ข่า, กระชาย, กระทือ ฯลฯ
ซึ่ง กระบวนการปลูกในรูปแบบดังกล่าวจะได้พันธุ์ไม้ที่เกิดป่า 3 อย่าง คือ ป่าเพื่อพออยู่ ป่าเพื่อพอกินและป่าเพื่อพอใช้ และจะได้ประโยชน์เพิ่มในด้านการรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม
เรือนยอดชั้นบน
เรือนยอดชั้นกลาง
เรือนยอดชั้นล่าง
ใต้ดิน
ภาพการจัดโครงสร้างและลำดับชั้นเรือนยอดในป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงสภาพป่า
4. กระบวนการสร้างมูลค่าต้นไม้ ในโครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการให้คุณค่าไม้ ให้เป็นมูลค่าเพื่อเกิดการพออยู่ตามนัยที่ ให้พอรักษาที่ดินทำกินให้อยู่กับเจ้าของผู้ทำกิน ให้เป็นมูลค่าเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ในการลดค่าใช้จ่ายจากพืชที่ปลูกไว้บริโภคเอง
5. พื้นที่ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
5.1 ในพื้นที่ทำกินของประชาชนในชุมชนที่อยู่ในหรือรอบแนวเขตป่า
5.2 ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามความเหมาะสม
5.3 ในพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน
ตารางแสดงชนิดและจำนวนต้นไม้ในแปลงปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ต่อเนื้อที่ 1 ไร่
วัตถุประสงค์ในการปลูก
จำพวกพันธุ์พืช
จำนวน(ต้น/ไร่)
โครงสร้างการจัดลำดับชั้น
บน
กลาง
ล่าง
ใต้ดิน
1.  ปลูกเพื่อพออยู่1. ไม้ใช้ประโยชน์เนื้อไม้ประเภทไม้เด่นทรงคุณค่า ได้แก่ ตะเคียนทอง, ยางนา, สัก, จำปาทอง, มะฮอกกานี, พะยอม, มะค่า ฯลฯ
40
P



2. ไม้ใช้ประโยชน์เนื้อไม้ประเภทไม้   โตเร็ว ได้แก่กระถินเทพา, เพาโลเนีย  ฯลฯ
40
P



2.  ปลูกเพื่อพอกิน1.  ไม้ผลได้แก่ กระท้อน, มะปราง, ขนุน, สะตอมังคุด, เงาะ, ระกำ ฯลฯ
40
P
P
P

2.  ผักสวนครัว ได้แก่ ผักป่าชนิดต่าง ๆ , ผักพื้นบ้านต่าง ๆ
200

P
P
P
3.  พืชหัว ได้แก่ กลอย, ขิง, ข่า, กระชาย, ขมิ้น, กระทือ ฯลฯ
200


P
P
4.  สมุนไพร ได้แก่ ฝาง, พริกไทย, กานพลู, ย่านาง ฯลฯ
100

P
P
P
5.  พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ปาล์ม, ไม้ไผ่ฯลฯ 
20
P
P


3.  ปลูกเพื่อพอใช้1.  ใช้ทำวัสดุเครื่องมือชนิดต่าง ๆ
10
P
P
P

2.  พืชพลังงานได้แก่ สบู่ดำ, ปาล์มไม้โตเร็วเพื่อ
เป็นฟืน, ถ่าน
40

P
P

3.  ไม้ไผ่ชนิดต่าง ๆ
20
P
P


4.  หวายชนิดต่าง ๆ
40

P
P

รวม
750
P
P
P
P
หมายเหตุ  เลือกชนิดพันธุ์พืชที่ปลูกตามลักษณะท้องถิ่นและความนึกนิย
งบประมาณในการดำเนินการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ตารางแสดงจำพวก ชนิด ปริมาณพันธุ์พืชและงบประมาณค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการดำเนินการ
ปริมาณ
หน่วยนับ
งบประมาณ
1.  การจัดหากล้าไม้และทำการปลูก
       1.1  ปลูกไม้พออยู่
       1.2  ปลูกไม้พอกิน
       1.3  ปลูกไม้พอใช้
750
80
560
110
ต้น/ไร่
ต้น/ไร่
ต้น/ไร่
ต้น/ไร่
7,500
800
5,600
1,100
2.  การจัดทำบัญชีและการประเมินค่า
1
ชุด/แปลง
250
3.  การจัดทำแผนที่ GIS รูปแปลงเป็นรายแปลง
1
ชุด/แปลง
250
4.  การบริหารจัดการ
1
แปลง
800
รวม
8,800
* หมายเหตุ งบประมาณ 8,800 บาท ต่อ 1 แปลง แต่จะเพิ่มขึ้นตามขนาดพื้นที่ ส่วนอัตราคงที่ไม่เพิ่มตามขนาดพื้นที่
ได้แก่ งบประมาณข้อ 2,3,4

แหล่งที่มา http://www.greencoun.com/3forest_4benefits.php

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โลกไร้พรมแดน อิ_อิ

โลกไร้พรมแดนคือโลกแห่งการติดต่อสื่อสาร เพื่อพบปะเพื่อนฝูง เครือญาติ
เพื่อน หรือไร้ตัวตนของคนที่เราติดต่อสื่อสาร เป็นนิยามของคำว่าติดต่อกันเพื่อ
มิตรภาพที่ไร้พรมแดนทั่วโลก ไม่เลือกเชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา เพศ อายุ และ
การศึกษา อยู่ที่ไหนก็ติดต่อกันได้ หากเรารู้จักกัน จากเพื่อนของเพื่อน รวดเร็ว
ฉับไว ทันต่อข่าวสารทั้งในประเทศและนอกประเทศ

โลกไรพรมแดนในจินตนาการของผม.....

โลกไร้พรมแดนในจิตนาการของผม ผมคิดว่ามันคือโลกที่เป็น อิสระ ไม่จำกัดทั้งเพศ และ วัย และจะสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์ในการสื่อสาร และสามารถสื่อสารกันได้ 10 ประเทศในอาเซียน
 และสามารถสื่สารกันได้ทั่วโลก........
แหล่งที่มา http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=59dfab1c3a104b44

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำตัว

ผมชื่อ ด.ช.สิรวิชญ์  วงษ์ชัย
ชื่อเล่นว่า ดอย  ผมอายุ 13 ปีหน้าก็14 ล่ะ
ผมเกิดวันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2542
ผมเรียนที่ โรงเรียนตากพิทยาคม จ.ตาก
อยู่ชั้น ม.2/4 เลขที่ 12
ผมชอบ สี น้ำเงิน และ ฟ้า 
ผมชอบกิน ข้าวผัดกระเพรา ร้านเจ๊อี้
ผมชอบเล่นกีฬา หลายชนิดเลย
และสุดท้ายผมไม่มีอะไรจะพูดแล้วผมขอจบการบรรยายเพียงเท่านี้
ขอขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่าของท่านมาอ่านประวัติของผมครับ
ขอบคุน ม้วกกกกๆๆ
จบ!!!!!!!

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำตัว

ด.ช.สิรวิชญ์ วงษ์ชัย ชั้น ม.2/4 เลขที่ 12 ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตอนประถมอยู่ โรงเรียนอนุบาลตาก เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2542 ผมไม่ค่อยมีเพื่อนผมจึงต้องตั้งใจเรียนแต่ตอนนี้ผมก็มีอยู่บ้าง สิ่งที่ผมชอบ คือ กีฬา สี อาหาร หนังสือการ์ตูน
กีฬาที่ชอบ คือ บาสเกตบอล ฟุตบอล
สีทีชอบ คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน และ สีม่วง
อาหารที่ชอบ คือ ข้าวผัดกระเพราหมูกรอบ ข้าวคะน้าหมูกรอบ
หนังสือการ์ตูนที่ชอบ คือ ครูพิเศษจอมป่วนรีบอร์น แฟรี่เทลล์ศึกจอมเวทย์อพินิหาร โดเรมอน ดราก้อนบอล ดราก้อนบอล Z ดราก้อนบอล GT เทลล์รันเนอร์ ศึกการ์ดภาษาอังกฤษ นารูโตะ นินจาจอมคาถา
การ์ตูนที่ชอบ คือ ครูพิเศษจอมป่วนรีบอร์น แฟรี่เทลล์ศึกจอมเวทย์อพินิหาร โดเรมอน ดราก้อนบอล ดราก้อนบอล Z ดราก้อนบอล GT เทลล์รันเนอร์ ศึกการ์ดภาษาอังกฤษ นารูโตะ นินจาจอมคาถา โคนัน เจ้าหนูยอดนักสืบ โปรเกมอน บาคุกัน บาคุกัน 2 บาคุกัน 3 ยูกิโอ ยูกิโอ GX ยูกิโอ 5 Dragon ดิจิมอน
เซฟเวอร์
ต่อจากนี้ผมก็ไม่มีอะไรมาก ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านกันนะครับ อาจจะ ยาวไปนิด หรือ สั้นไปหน่อย ก็ขออภัยไว้นะที่นี้ ?????????????????????????????????????????????????????????????????
จบ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!